
| Welcome Guest ( Log In | Register ) | Resend Validation Email |
|
|
| Pages: (2) [1] 2 ( Go to first unread post ) | ![]() ![]() ![]() |
| zephyr |
Posted: February 20, 2008 12:36 am
|
|
Super NC ![]() Group: Members Posts: 83 Member No.: 89 Joined: February 15, 2008 |
ถ้าไม่ชอบ เรทขอให้กดปิดไปเลยนะค่ะ
เด็กตำกว่า 18 ไม่ควรอ่าน _______CA.ME.RA~_______ _______CA.ME.RA~_______ Short Fiction by zephyr NC18 ::Yun+Jae::<< TVfXX >> เสียงกดชัดเตอร์ที่ดังไม่ขาดจากนิ้วมือเรียวที่ค่อยๆกดถ่ายภาพ สายตาที่มองผ่านเลนส์ กำลังจับจ้องหามุมและมองสิ่งที่สะท้านในดวงตาด้วยความตื่นเต้น “นี่ๆยูชอน ปีนี้ไม่รู้ใครจะได้รางวัลในการประกวดนะ” แจจุงกำลังมองภาพถ่ายต่างๆที่เจ้าตัวสะสมไว้และพูดขึ้นถามใครอีกคนที่อยู่หลังประตูผ้าม่านสีทึบ “นายก็ลองส่งรูปไปประกวดดูสิ.....ตอนนี้เค้ากำลังเปิดรับผลงานจากตากล้องมือสมัครเล่นด้วยนะ” เสียงจากหลังม่านตอบกลับมา เหมือนเป็นการเริ่มจุดประกายความคิดบางอย่างให้ร่างบาง “จริงหรอ...งั้นนายต้องส่งด้วยนะ ฉันว่าฝีมือนายนี้ก็ไม่ใช่ย่อยๆ” แจจุงหันไปมองตามเสียง ที่ตอบกลับก่อนจะชักชวนอีกคนให้ส่งไปประกวดเป็นเพื่อนกัน “และฉันจะส่งในหัวข้ออะไรดีล่ะ....ภาพวิวสีหรือขาวดำดี” ร่างบางทำหน้าคิดหนักอยู่สักพัก ก่อนจะมองไปเห็นภาพถ่ายที่ถ่ายมาในคืนก่อน “รู้แล้วๆภาพวิวกลางคืนเป็นไงฉันว่ามันแปลกดี แต่ที่มีอยู่ฉันไม่ค่อยพอใจกับมันเท่าไร ไว้พรุ่งนี้ฉันจะออกไปถ่ายอีก นายไปด้วยกันนะ” ร่างบางใช้มือเขี่ยภาพบนโต๊ะเพื่อดูความระเอียด ก่อนจะตัดสินใจว่าจะไปถ่ายใหม่อีกครั้ง เพื่อจะหาผลงานที่ดีที่สุดในการส่งเข้าประกวด “ไม่ล่ะ พรุ่งนี้ฉันมีนัดกับจุนซูแล้ว เสียใจด้วยนะแจจุง นายต้องไปคนเดียวแล้วล่ะ” “เอ่อได้...มีแฟนแล้วทิ้งเพื่อนเลยนะ” แจจุงว่าประชดอีกคนที่เพิ่งเดินออกมาจากม่านดำที่เป็นห้องล้างฟิมล์ ร่างสูงโปร่งที่ใส่แว่นตากรอบใส ยิ้มยักไหล่ทำหน้าทะเล้นใส่ อย่างช่วยไม่ได้ ก็เค้านัดกับที่รัก ไว้ก่อนแล้วนี่ เรื่องอะไรจะให้ไปแบกกล้องตระเวนถ่ายช่วงนี้อากาศหวานจะตาย ไหนจะสู้ไปนอนตักร่างเล็กให้อุ่นใจดีกว่า “นายมาดูผลงานของตากล้องคนนี้สิ ฉันอยากจะเก่งๆแบบนี้จัง ฉันอยากจะเปิดร้านอาหารที่เป็นเหมือนแกลลอรี่ให้แขกที่มากินอาหารฝีมือฉันได้ชมภาพถ่ายศิลปะสวยๆที่ถ่ายมาจากที่ต่างๆ” ร่างบางที่ก้มมองภาพในหนังสือเล่นใหญ่ในมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร่ำไปเรื่อยๆเหมือนคน กำลังฝันกลางวัน “คุณแจจุง...ผมขอสัมภาษณ์ความรู้สึกของคุณที่ได้รับรางวัลครับ” ยูชอนที่เดินเข้ามาให้กำมือเหมือนถือไมล่องหนมาใกล้ๆหน้าร่างบางก่อนจะขอสัมภาษณ์แบบติดตลก “บร้า.....ไม่เอายูชอน....ความรู้สึกของผมหรือครับ...เหมือนกับว่าผมเกิดมาเพื่อรางวัลนี้” ในตอนแรกแจจุงก็ทำเป็นเขิน แต่ก็ยอมตอบคำถามนักข่าวจำเป็น “ผมปาร์คยูชอน...รายงาน” สิ้นเสียงรายงานข่าวไร้สาระประจำคืนนี้ก็มีเสียงหัวเราะกิ๊กกัก ของทั้งสองดังไปทั่วห้องพัก แจจุงที่เข้ามาเรียนต่อในสาขาที่ตนใฝ่ฝัน ก็บังเอิญได้มาเป็นroom mateกับ ยูชอนที่เพิ่งเรียนจบมาจากต่างประเทศ ทั้งสองมีนิสัยหลายๆอย่างที่คล้ายๆกันจึงสนิทกันอย่างรวดเร็ว “นี่ๆนายลืมอะไรรึเปล่ายูชอน อย่ามาเนียนไปนอนเล่นเกม” แจจุงที่กำลังไปนอนเดินผ่านไปเห็นกองจานในครัวก็ทักคนที่นอนเล่นเกมอยู่ แจจุงจะรับหน้าที่ทำอาหารเย็นและดูแลความสะอาดห้อง ส่วนยูชอนต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ซึ่งเจ้าตัวก็จ่ายได้สะบาย ถ้าแลกกับการได้กินของอร่อยทุกวัน ส่วนค่าห้องก็คนล่ะครึ่ง “โอเคครับเจ๊...ล้างจานๆ....เดี๋ยวผมไปล้างให้แต่ขอผ่านด่านนี้ก่อน” ร่างสูงที่นอนเล่นเกมอยู่ ตอบขณะที่สายยังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอเกมตรงหน้า “ฉันไปนอนล่ะ แล้วก็อย่าลืมล้างล่ะ ฉันไม่ถูกกับแมลงสาบ...” แจจุงแยกตัวเข้าห้องตัวเองก่อนจะสั่งเสียก่อนไป ++++++ “ยูชอนนายเอารูปลงเครื่องหมดแล้วใช่ไหม คืนนี้ฉันจะเอากล้องตัวนี้ไป” แจจุงเตรียมตัวออกไปถ่ายภาพอย่างที่ตั้งใจไว้ หยิบอุปกรณ์ต่างๆดูเพื่อตรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง “นี่นายเอารูปของวันที่ 6 ลงด้วยใช่ไหม ภาพตลาดดอกไม้ไง” “ไม่มี......” ยูชอนร้องอย่างตกใจเมื่อคลิกเปิดดูรูปในไฟร์ต่างๆที่ลงไว้ “อะไรนะไม่มี....” แจจุงที่รีบวิ่งมาดูหน้าโน๊ตบุ๊คที่ชายอีกคนกำลังเปิด ก่อนจะทำหน้าสลดลง อย่างสุดเสียดาย “ฉันไปถ่ายเพิ่มมาเมื่อวานก่อน นายไม่ได้เปิดดูเลยรึไงก่อนลบ” “ใครจะไปรู้ล่ะ...... “ ร่างสูงตอบ แหมก็ใครจะไปรู้ เอามากองๆ ให้ลงให้แล้วก็เปิดตูดไปนอน ไม่เห็นบอกอะไรสักอย่าง “คงต้องไปถ่ายใหม่ แต่คืนนี้จะไปถ่ายชีวิตในถนนกลางคืน ไม่ไปด้วยกันจริงหรอ...?” แจจุงชั่งใจอย่างเสียดายแต่จะให้ทำไงได้ ก็ลบไปแล้วยังไงก็คงต้องไปถ่ายใหม่วันหลัง “คืนนี้ไม่กลับนะล็อกประตูไปเลย...ตายล่ะใกล้ถึงเวลานัดแล้ว!! ถ้าไปสายมีหวังได้นอนตาก หิมะแน่ๆ” “ไปล่ะ” ยูชอนรีบลุกไปหยิบเสื้อตัวยาวสีเข้มกับผ้าผันคอและเร่งรีบออกไปก่อนแจจุงเสียอีก “ไปเราไปเที่ยวกันสองคนก็ได้โน๊ะเจ้ากล้องคู่ใจ” ไม่นานหลังจากที่ร่างสูงออกไปแจจุงก็ตามออกมาเช่นกัน ร่างบางลงจากรถไฟฟ้า ในย่ายกลางใจเมือง ก่อนจะขึ้นไปหามุมสวยๆตามสะพานสูง เพื่อจะมองวิวในมุมกว้าง แสงไฟจากชั้นต่างๆของตึกที่เรียงราย จนท้องฟ้าสีมืดดูสว่าง มีชีวิตชีวาไม่ต่างจากยามกลางวัน ป้ายโฆษณาจากห้างร้านที่ตกแต่งรวดลาย ไปกระพริบระยับ ต้องสายตาโดดเด่นน่าสนใจ แสงจากถนนที่มีรถสิ่งกันขวักไขว่ สะท้านภาพแสงสองสีที่แตกต่าง แต่ก็ยังไม่เจอมุมไหนที่เจ้าตัวพอใจจนรู้สึกอยากจะถ่าย แจจุงลงเดินไปตามท้องถนน ที่มีผู้คนออกมาเดินเที่ยวบ้างก็จับจ่าย บ้างก็กำลังจะกลับบ้านแจจุง เดินไปเรื่อยๆเพื่อหามุมที่ต้องการจนมาหยุดที่หัวถนนหนึ่ง เมื่อมองไปรอบๆตัว ร่างบางก็ต้องหยุดมองหน้าร้านอาหารอิตเลียนร้านหนึ่งที่มีตกแต่งหน้าร้าน อย่างสวยงามเหมือนแบบที่ร่างบางใฝ่ฝันว่าอยากจะมีร้านเล็กๆแบบนี้เป็นของตัวเอง ก่อนจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพร้านนั้นและก็บริเวณรอบๆร้าน โดยไม่ทันสังเกตเลยว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังจับจ้องมองมาที่ตนเอง ร่างบางยังคงใช้สายตาผ่านเลนในการมองไม่ภาพต่างๆตรงหน้า จนไม่ทันระวังถูกกลุ่มชายที่จ้องมองพฤติกรรมของร่างบางอยู่ก่อนเข้ารวบตัวล็อกแจจุงจากด้านหลังอย่างง่ายดาย “อะ!!! อะไรกัน อุก...” ไม่พูดพร่ำทำเพลงชายคนหนึ่งก็ชกเข้าที่ท้องร่างบางอย่างแรงจนแจจุงนิ่วหน้าตัวงอลงไปแต่ก็ถูกกระชากแขนทั้งสองข้างขึ้นมาใหม่ “เอาตัวไปให้เจ้านาย....” เสียงชายคนที่ชกแจจุงร้องสั่งชายคนที่ตามมาจับกุมตัวเค้าไว้ “อะไรกัน ปล่อยนะพวกนายต้องการอะไร ก็บอกกันดีๆสิ” ร่างบางพยายามเงยหน้าขึ้นมาพูดต่อลอง ในสถานการณ์หมาหมู่แบบนี้ เค้าที่มีตัวคนเดียวไม่มี ทางสู้ได้อยู่แล้ว อยากได้อะไรแจจุงก็จะยกให้ไม่เห็นต้องมาทำร้ายร่างกายกันเลยนิหน่า “พูดมาก มัดปากมัน ปิดตาแล้วเอาไปขึ้นรถ...” แจจุงกระตุกตกใจเมื่อได้ยินคำสั่ง นี่มันจะจับเค้าไปเรียกค่าไถ่หรือไงกัน “โอ๊ยๆ อู้ๆ.....ฮืมๆ....” ร่างบางที่โดนผ้าปิดปากจนแน่นพยายามส่งเสียงอธิบายแต่เสียงที่รอดออกมาก็ฟังไม่ได้ศัพท์ และไม่ช้า ผ้าอีกผืนก็เข้ามาปิดที่ตาทั้งสองข้างจนมืดมองไม่เห็นอีกต่อไป รู้แค่เพียงว่าตัวเองถูกจับมัดโยนใส่ท้ายรถเพราะพื้นที่อันคับแคบและอากาศที่เหม็นอับจนหายใจแถบไม่ออก แจจุงรู้สึกอึดอัดเหลือเกิน เค้าเริ่มจะหายใจไม่ออก เพราะเหมือนอากาศในนั้นมันจะน้อยลง น้อยลง...ไปทุกทีๆ สมองร่างบางเริ่มพร่ามัวมึน ในอกแน่นเหมือนมีใครมากดทับหัวใจ เอาไว้ จะตายก็ไม่ตาย ได้แต่ทรมาน “เปิดเร็วเข้า.....” ชายทั้ง 4 คนลงมาจากรถเมื่อถึงที่หมาย ก่อนอีกคนจะสั่งให้ลุกน้องรีบไปเปิด ฝากระโปรงหลังรถ “ลูกพี่มันตายแล้ว...ไม่น่าเลยคนสวย” เมื่อเปิดฝาออก ชายคนที่เปิดก็ร้องขึ้นเมื่อเห็นร่างที่นอนขดตัวอยู่แน่นิ่งไม่ไหวติ่ง “ไหน...หลบไป...ยังเว๊ยยังไม่ตาย เอาน้ำมาสิ....” ชายที่เป็นหัวหน้าได้ยินดังนั้นจึงรีบพุ่งเข้ามาดู เค้าจับหน้าร่างบางที่หมดสติพลิกไปพลิกมา เมื่อเห็นว่ายังหายใจอยู่ก็รีบสั่งให้เอาตัวออกจากท้ายรถก่อนจะให้ช่วยกันหิ้วปีกร่างบางไว้คนล่ะข้างและเอาน้ำขวดสาดใส่หน้าแจจุงแรงๆ “แอ๊ก...อืมๆ.......” แจจุงที่เริ่มรู้สึกตัวเพราะน้ำเย็นๆที่สาดเข้าหน้าอย่างจัง บวกกับอากาศที่ถ่ายเท ทำให้หายใจสะดวกขึ้น “เอาตัวไปให้นายก่อน....เดี๋ยวเราค่อยมาสนุกกันนะคนสวย....” ชายที่เป็นหัวหน้าออกคำสั่ง ก่อนจะเดินเข้ามาจับคามมนพลางพูดหยอกเย้ว ตอนนี้ร่างบางไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน ได้แต่ยอมให้พวกมันลากตัวไปตามใจ แจจุงรู้สึกว่าที่ๆ ตนกำลังก้าวเดินเข้าไปช่างเงียบสงบ เงียบจนน่าขนลุก กลิ่นเหม็นเหมือนกลิ่นพลาสติกคละคลุ้ง ไปทั่วบริเวณ แจจุงถูกลากให้เดินตามขึ้นบันไดไปอย่างทุลักทุเลเพราะตาที่มองเห็นเพียงความมืดสนิด เนื้องจากถูกปิดไว้ รู้แค่ว่าต้องเดินขึ้นบันไดไปเรื่อย...ไปเรื่อย...ถ้าจะกะเกณฑ์ก็อาจจะราวๆชั้นที่สามหรือสีของตึกได้ เสียงประตูเหมือนกำลังเปิดออก พร้อมแสงไฟจ้าที่ส่องรอดเนื้อผ้าหนาเข้ามาจนรับรู้ได้ ก่อนร่างบางจะถูกพลักให้เข้าไปในนั้น อย่างแรงจนแทบล้มลง “ขอโทษที่ทำให้นายต้องรอ.....นี่ครับไอ้คนที่มาทำลับๆล่อๆในที่ๆเราส่งของ” ชายคนที่เดินตามาเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อมเมื่อพบกับคนที่เป็นนาย ที่ตอนนี้นั่งรออยู่ในห้อง ที่แถบจะเรียกว่าไม่มีอะไรเลยนอกจาก เตียงเหล็กขนาดกลางๆและของตกแต่งที่เป็นฟอนิเจอร์ จำเป็นเช่นโต๊ะ ตู้ อย่างล่ะชิ้น เหมืนกับการset ฉากขึ้นมาง่ายๆ “นี้ครับกล้องที่มันใช้ถ่ายภาพตอนเราเจรจากับคู่ค้า..…ผมเลยไม่ไว้ใจเอาตัวมาให้นายสอบ...” ร่างบางที่ถูกปิดตาปิดปากแต่ไม่ได้ปิดหู ไม่ยินทุกอย่างหมด ก็ตกใจ กล้อง........ เค้าไม่ได้ตั้งใจถ่ายคนพวกนี้เลยจริงๆ เค้าแค่ถ่ายไปเรื่อยๆไม่ได้จงใจจะไปถ่ายองค์กร ผิดกฎหมายอะไรทั้งนั้น “นายดูสิครับ ถ่ายติดคนของเราจริงๆด้วยครับ...” ชายในสูทสีเทาที่เป็นผู้ช่วย ของชายร่างสูงที่นั่งอยู่รับกล้องมาเปิดดูภาพที่บันทึกไว้ ก็ปรากฎภาพอย่างคำบอกเล่าไม่ผิด แจจุงที่ถูกปิดตาพยายามฟังเสียงสนทนาที่กำลังเข้าใจผิดในเจตนาของเค้า “หึ......ดีมาก.....พวกตำรวจงี่เง่าตามกัดไม่เลิกลา...น่ารำคราญ....” ยุนโฮเอ่ยอย่างรำคราญใจ องค์กรของเค้า ทำการค้าอยู่ในตลาดมืดที่มีทั้งคู่แข็งและพวกตำรวจที่ตามรังควาน เสียงอีกเสียงที่ร่างบางได้ยินเพิ่งขึ้นมา คงจะเป็นเสียงของผู้เป็นนายใหญ่ไม่ผิด น้ำเสียงเย็นชาน่าเกรงขาม “แล้วนายจะให้จัดการมันยังไงต่อดีครับ.....ทำแบบคราวก่อนๆดีไหมครับ” ลูกน้องในนั้นเสนอแจจุงถึงกับผวา นี่มันอะไรกันจะฆ่าจะแกงกันเลย ไม่ฟังเค้าอธิบายอะไรเลย หรือไงเค้าไม่ได้เป็นตำรวจนะ.....สายลับหรือนักสืบก็ไม่ใช่..... แต่ความหมายที่ว่านั้นอาจจะเลวร้ายยิ่งเสียกว่าการฆ่าให้ตายไปง่าย เพราะถ้าจับหนอนที่กบฎหรือสายของตำรวจได้ ไม่ถูกรุมโทรมก็เอาไปขายให้ตลาดมืดค้ากาม “ไม่......ชั้นจะสอบก่อนว่ามันรู้อะไรบ้าง....” ยุนโฮที่นั่งอยู่ตวาดขัดเพราะรู้สันดานลูกน้องตัวเองดีสายตาที่หื่นกระหายสะขนาดนั้นทำไมจะดูไม่ออกว่ากำลังรออะไรอยู่ เล่นเอาลูกน้องคนเสนอก้มหน้าด้วยความเกรงกลัว “ไปเตรียมกล้องสิ.....วันนี้นายจะสอบสวนเอง.....” ลูกน้องคนสนิทที่รู้ใจรีบสั่งการแทนให้คนที่อยู่เตรียมตั้งกล้องไว้ตามมุมต่างๆเหมือนทุกที แต่แค่ผิดกันที่ปกติจะทำแบบนี้ก็ต่อเมื่อจะแบ็คเมแขกคนสัมคัญไม่รู้ว่าคราวนี้เจ้านายของเค้าคิดอะไร แต่ก็ไม่น่าแปลกก็คนที่ถูกจับมาหน้าตาจัดว่าดีเผลอๆจะสวยกว่าพวกผู้หญิงที่ตามหอมล้อมนายเค้าด้วยซ้ำไป แจจุงที่ได้ยินก็แปลกใจ เสียงที่ได้ยิน กล้อง กล้องอะไร.....?? สอบสวน นี่เค้าเป็นนักโทษรึไงกัน คนพวกนี้กำลังทำอะไร............. “ชางมินสั่งให้คนออกไปให้หมด ห้ามใครมากวน...ถ้ายังไม่อยากตายเป็นผีเฝ้าโกดัง” ร่างสูงที่ออกสั่งลูกน้องคนสนิทไม่ให้ใครเข้ามากวนการสอบสวนของเค้าเด็จขาด แจจุงถูกโยนโครมลงไปที่เตียงที่ถูกจัดไว้อยู่แล้ว “แต่ว่าทุกที..............” ชางมินที่สังสัยจึงถามขึ้น ก็ทุกที่จะมีคนคุ้มกล่องค่อยถ่ายให้ พอนายสอบสวนเสร็จก็จะแบ่ง ของเล่นต่อให้กับพวกลูกน้องสนุกกันตามใจ แต่คราวนี้ให้ตั้งกล้องแล้วไล่ออกไปหมดสนุกกันพอดี “พูดไม่รู้เรื่องหรือไง....อย่าให้ชั้นต้องอารมณ์เสีย” “ครับนาย” ชางมินที่โดนเอ็ดก็รีบกุลีกุจอออกไป พร้อมปิดประตูให้ตามคำสั่งนายทุกอย่าง ก่อนจะไล่พวกลูกกระจ็อกให้ไปให้พ้น ยุนโฮเดินไปปิดกล้องในห้องจนเหลือเพียงตัวเดี๋ยวอย่างใจเย็นโดนไม่สนใจร่างบางที่กำลัง นั่งขดตัวสั่นอยู่บนเตียงแม้แต่น้อย แจจุงที่ถูกปิดตาไม่รู้เลยว่าต่อจากนี้ชะตากรรมของตนจะเป็นเช่นไร ได้แต่หันซ้ายหันขวาหวาดระแวงไปรอบข้าง ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น “คิมแจจุง.....” ร่างสูงวิสาสะหยิบบัตรประชาชนจากกระเป๋าร่างบางขึ้นมาอ่านชื่อของนักโทษ ที่กำลังรอการไตร่สวน ก่อนมุมปากหยักยิ้มเจ้าเลห์ พื้นเตียงค่อยๆหยุบตัวลงจากแรงของใครอีกคนที่เข้ามาใกล้จนร่างบางรู้สึกได้ แจจุงพยายามเลื่อนตัวหลบแต่ไม่ทันจะหนี มือหนาของชายตรงหน้าก็กระชากผ้าที่ปิดตาออกอย่างง่ายดาย แจจุงลืมตาขึ้นเมื่อถูกปลดปล่อยออกจากโลกมืด ภาพแรกที่ร่างบางมองเห็นคือชายร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิท ดวงตาคมวาวลึกลับที่กำลังจับจ้อง มาที่ร่างบางอย่างจับผิด ใบหน้าของชายที่ไม่รู้จักยื่นเข้ามาจ้องมองร่างบางใกล้ขึ้นเรื่อยๆจนแถบ จะติด จนแจจุงต้องหันหน้าหลบไป...แต่ไม่รู้ทำไมถึงมีรู้สึกแปลกประหลาดเกิดขึ้นในจิตใจ เพียงแค่ได้จ้องตากับชายคนนี้ “ฮือๆ....อืมๆ......นือๆ......” แจจุงมองคนตรงหน้าปากอยากจะร้องบอกอธิบายเรื่องทั้งหมด “โอ๊ย!!......” และผ้าที่มัดคาดปากก็ถูกกระชากออกแรงจนแจจุงรู้สึกเจ็บ แต่เมื่อผ้าหลุดออกจากปากได้แจจุงที่อัดอั้นมานานเพราะได้แต่ฟังเรื่องบ้าบอมาตลอดการสนทนา ก็ทนไม่ไหวรีบแวดๆ ใส่อย่างอารมณ์เสีย “ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ...คุณเข้าใจผิดแล้ว....ผมไม่ได้เป็นสายตำรวจ...ผมเป็นตากล้องอิสระ...อยู่ดีๆมาจับผมทำไมเนีย........รู้แล้วก็ปล่อยสิ....บอกให้ปล่อย” แจจุงดิ้นโวยวายจนร่างสูงที่แก้มัดปากให้อยากจะเอาผ้าอุดไว้คืนอย่างเก่า แต่มันก็ไม่จำเป็นเท่าไร เพราะต้องให้ร่างบางตรงหน้าจะแหกปากร้องดั่งแค่ไหนก็คงไม่มีใครได้ยิน เพราะที่นี่เป็นโกดังล้าง ที่ใช้เก็บสินค้าผิดกฎหมาย ทั่วบริเวณก็มีแต่คนของเค้าเฝ้าอยู่ทั้งนั้น และดูๆไปร่างบางตรงหน้าก็ไม่ต่างจากลูกแมวน้อยที่กำลังข่มขู่ราชสีห์ |
| zephyr |
Posted: February 20, 2008 12:38 am
|
|
Super NC ![]() Group: Members Posts: 83 Member No.: 89 Joined: February 15, 2008 |
“ตากล้องอิสระ......” ยุนโฮเอ่ยอย่างไม่เชื่อ
“ใช่ตากล้อง......รู้แล้วก็ปล่อยฉันเสียที.......” แจจุงยังดิ้นฮึดอัดไปมา เพราะมือที่ถูกมัดไว้ “งั้นคงต้องขออภัยคุณแจจุงด้วย.....” “ก็สมควรอยู่หรอก....คนของนายจับฉัน...ชกฉัน...แถมเอายัดใส่ท้ายรถหยั่งกับหมากับแมวรู้ไหมว่าฉันเกือบตายเพราะขาดอากาศหายใจ....” แจจุงที่เห็นว่าอีกฝ่ายพูดดีด้วยก็รีบว่าใส่เอาๆไม่หยุด “ที่ปล่อยคุณไปไม่ได้” ร่างสูงพูดแทรกขึ้นมาทำให้คนที่กำลังสาธยายเรื่องความโหดร้ายที่ตนถูกลูกน้องอีกฝ่ายกระทำเงียบลงทันที “หา!!! นายพูดว่าอะไรนะ” แจจุงตกใจร้องอ้าปากค้าง ไม่ปล่อยอะไรกัน....บ้าไปกันใหญ่แล้ว “หึ...เลิกเล่นละครได้แล้ว.....แก่เป็นสายของใคร.......” แจจุงผวาตกใจเมื่ออีกฝ่ายที่พูดดีอยู่ๆก็มาตวาดใสและยังเข้ามาบีบปากเค้าจนเจ็บ “……อ๊ะ…..” ร่างสูงก้มลงกดริมฝีปากจูบลงที่กลีบปากบางนุ่มสีอ่อนสวยก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปไล้เล่นกับแนวฟันและลิ้นของร่างบางอย่างจาบจ้วง ถึงร่างบางจะขัดขืนแต่ก็ต้องยอมเพราะความเจ็บ เมื่อยุนโฮออกแรงบีบคางจนเจ็บ แจจุงพยายามเบี่ยงหน้าหนีแต่ก็ถูกมือนั้นตามรังควานจับหน้าเอาไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนหนี ร่างบางที่เหมือนคนกำลังจะขาดใจเพราะจูบอย่างหนักหน่วงรุนแรง จึงกั้นใจกัดลงที่ริมฝีปาก ของอีกฝ่าย ร่างสูงถอยผละริมฝีปากออกมาเพราะความเจ็บ เลือดสีแดงซึมออกมาตามแนวรอยแผลที่ได้รับ ยุนโฮเลียลิ้มฝีปากที่ซึมเลือดแต่ความเจ็บแค่นี้มันก็ชั่งเล็กน้อยอยู่ดีสำหรับร่างสูง “อะ จะทำรายนะ ปล่อยนะ”แจจุงร้องประท้วงขึ้นอย่างตกใจ “หืม...คนสวยชอบรุนแรงก็ไม่บอก” หน้าของร่างสูงเปลี่ยนไปเป็นหน้าที่หน้ากลั้วรอยยิ้มที่เย็นชาและยากจะคาดเดาได้ ร่างสุงดึงตัวร่างบางให้นอนราบลงไปกับเตียงเพื่อที่ตนจะได้เข้าครอบครองได้ง่ายขึ้น แจจุงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บที่ถูกดึกกระชากลง และมือที่ไขว่ไว้ด้านหลังก็ถูกทับจากแรงน้ำหนักตัวของร่างบางเองและของคนที่ขึ้นมาคร่อมร่าง ร่างสูงดึงเสื้อยืดของแจจุงจนหล้นไปติดแขนที่มันไขว้หลังอยู่เผยให้เห็นแผ่นอกขาวเนียนสวยราบเรียบเม็ดไตสีชมพูบนอกขาวก็โดดเด่นหน้ามอง ยุนโฮไล่มือเข้าลูบไล้สัมผัสก่อนจะก้มลง ไปดูดเม้มอย่างกระหายจนร่างบางผวาตัวจะดิ้นหนีแต่ก็ถูกรั้งสะโพกเอาไว้ “อะ.....อย่า....ปล่อยนะ....อ๊ะอย่าตรงนั้น....ฮ่าๆ...มะไม่....” ยุนโฮหยุดฟังเสียงครางหวาบหวานก่อนจะเริ่มจูบไล่ขบเม้มไปตามต้นคอขาวระสงห์ให้เป็น รอยดูดแดง ไปทั่วคองาม มือหนาก็คลำลงไปบีบเค้นคลึงที่กลางลำตัวอีกฝ่าย ที่เริ่มมีอารมณ์ ตอบรับเพราะมันค่อยๆแข็งตรึงท้านมือ “ปล่อยนะ....ฮ๊ะ..... ปะปล่อยไง ปล่อย......”เสียงครางห้ามจากร่างบางนั้นแถบไม่เป็นผล “ชะ....ฉันไม่ได้เป็นสายให้ใครทั้งนั้น....อ๊ะ....พอที….” แจจุงพยายามอธิบายความจริง.....ความจริงปากเปล่าที่ร่างสูงไม่ยอมฟัง เพราะมันคงจะสู้หลักฐานในกล้องที่ร่างบางไม่ได้ตั้งใจถ่ายติดมา “นึกหรอว่าฉันจะเชื่อ...แจจุง...แล้วหลักฐานในกล้องนี่ล่ะอะไร!!” ยุนโฮหยิบกล้องตัวการของเรื่องนี้ขึ้นมาให้ร่างบางที่นอนอยู่ดูรูปที่ถ่ายติดมาอย่างบังเอิญ ก่อนจะขว้างกล้องนั้นลงจากเตียงไป และคลุกครามร่างกายของร่างบอบบางต่ออย่างไม่ใส่ใจ เค้าจูบไล่จากหน้าท้องสวยเรื่อยลงไปจนถึงความเป็นชายของอีกฝ่ายที่กำลังมีอารมณ์ร่วม กับการเล้าโลมของเค้า ร่างสูงจ้องมองมันด้วยแววตาตืนเต้น “อะ....จะทำอะไร...ไม่นะ...อย่ามองตรงนั้นไม่ได้...” แจจุงที่เห็นสายตาของอีกฝ่ายก็พยายามหนีบขาขึ้นมาหวังจะบดบังส่วนที่หน้าอับอายของตนเองแต่เรียวขาก็ถูกกดลงไปอย่างเก่า “อย่าดิ้นนักสิ....ทำตัวให้น่ารักหน่อย...รู้ไหมตอนนี้เรากำลังถ่ายทำอยู่นะ” “อะไรกันไม่ดีใจที่ได้เป็นดาราหน้ากล้องรึไง...” ยุนโฮมองหน้าร่างบางด้วยรอยยิ้มหยัน เมื่อเห็นหน้าตาที่เลิ่กลั่กของแจจุงที่กำลังมองไปรอบๆตัวที่มีกล้องตั้งไว้ “หยุดนะ....ไอ้...ไอ้เดนมนุษย์....อย่า...” ร่างสูงก้มลงครอบครองส่วนนั้นด้วยปากอย่างชำนาญกิจ สีหน้านิ่งเฉยไม่แสดงถึงความรังเกลียด เค้ารับมันเข้าไปทั้งหมดอย่างง่ายดายก่อนจะเริ่มใช้ลิ้นตวัดดูดเลียเร่งเร้าอารมณ์ร่างบางให้โหมกระพือขึ้น ความรู้สึกเสียวซ่านแพร่ไปกระจายไปทั่วร่างจนเกร็ง เหมือนกับว่าร่างบางแอ่นรับ สัมผัสที่อีกฝ่ายจงใจยัดเยียดให้อย่างเต็มใจ “อ๊า.....ม๊ะไม่อย่า......อ้า......” แจจุงรู้สึกอับอายเหลือเกิน ทำไมร่างกายเค้ามันไม่รักดีแบบนี้ ทั้งที่พยายามหักห้ามแต่มันกลับรู้สึกพึ่งพอใจ....รู้สึกดี.....เหลือเกิน “ฮ่า....อ้า....อ๊ะ.....อ๊าส......” ร่างสูงดูดเม้นเข้าออกรูดรัดดูดจากส่วนปลายโคนจนถึงคอคอดเรียกเสียงครางดังไปทั่วทั้งห้อง แจจุงที่ไม่เคบผ่านประสบการณ์เรื่องอย่างว่ามาก่อนก็อดจะเอนเอียงตามอารมณ์ ของร่างกายไปไม่ได้ “อ๊ะพอแล้ว.......พอ.....อ๊าส.....”ร่างบางบิดกายหนีเพราะรู้สึกว่าส่วนนั้นของตนกำลัง จะปลดปล่อย แต่ยุนโฮก็ไม่ยินยอม ยังคงอมและเพิ่มแรงดูดจนในที่สุดร่างบางก็หลั่ง น้ำห้วงแห่งอารมณ์ออกมาในปากร่างสูง แจจุงแอ่นกายขึ้นกระตุกหลั่งจนน้ำข้นขาวเต็มปากอีกฝ่าย “อย่า.....แฮ่กๆ.....พอ.......แล้ว” ร่างบางหอบหายใจแรงด้วยความเหน็ดเหนื่อย ร่างสูงกลืนบางส่วนลงลำคอไปและอมน้ำเหนียวคาวที่เหลือเอาไว้ ไม่ทันจะให้ร่างบางได้พักหาย ใจ ยุนโฮเลื่อนหน้าลงต่ำ ก่อนจะจับยกขาเนียนขาวที่อ่อนแรงขึ้นเพื่อเปิดช่องทางเร้นลับ ออกและบรรจงครายน้ำเหนียวข้นในปากกรอกลงไปที่กลีบปากทางสีหวานจากนั้นก็ใช้ลิ้น ชอนไช เข้าไปเพื่อเปิดช่องทาง “อ๊ะ!!...ฮือ...ๆ...พอ.....แล้ว.......ฮึกฮือๆ.......” ลิ้นอุ่นนุ่มชอนไชเข้าไปช้าๆ กลีบปากทางก็แหวกออกรับก่อนจะรูรัดอย่างรู้งานทั้งๆที่เจ้าของร่างกายไม่ได้ยินดี ใบหน้าหวานที่ระคนไปด้วยน้ำตา เสียงสะอึกสะอื้นที่ดังแว่วมาไม่สามารถทำให้ชายที่กำลังลุ่มหลงหยุดลงได้ “พอที.....ฮือๆ” ร่างสูงถอนลิ้นออกมาจากช่องทางสีหวาน และแทนที่ด้วยนิ้วเรียว ที่ค่อยๆกดลงไป ทำให้ร่างบางที่กำลังร้องไห้ สะอึกเกร็งจนตัวสั่นเพราะความเจ็บ ปนเสียวที่ได้รับ นิ้วมือนั้นค่อยๆสอดเข้ามาจนลึกก่อนจะดันอีกนิ้วตามมา “เอาออกไปนะ ผมเจ็บ ฮึกฮือๆ....” แจจุงพยายามอ้อนวอน แต่ชายคนนี้ก็ไม่ปรานีตอนนี้มันทั้งอึดอัด เต็มตรึงไปหมดในช่องทาง แต่พอนิ้วนั้นขยับกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้ร่างบางรู้สึกหน้าแดง นิ้วนั้นขยับเข้าออกอย่างนาบเนิบ เมื่อเห็นว่าช่องนั้นเริ่มคลายตัวออกรับสิ่งที่ดันผ่านเข้าไปเหมือนกับลังหยอกล้อ ให้ร่างกายที่ไม่ประสีประสาให้ตายใจ “ฮ๊ะ.....อย่า.....ไม่....ฮือๆ......” ร่างบังยังคงพยายามจะหนีจากสัมผัสและความรู้สึกที่น่าอับอายนี้ แต่ยิ่งทำแบบนั้นก็ยิ่งคล้ายว่าเค้าโยกรับจังหวะที่นิ้วนั้นสอดเข้าออกเสียเอง ร่างบางหลับตาแน่น เพราะไม่อยากเห็นภาพที่น่ารังเกียจของคนเอง “เด็กดี ทำหน้าตาให้มันดีๆหน่อยสิ...รู้ไหมว่าหน้านายตอนมีอารมณ์มันยั่วยวนขนาดไหน…” ร่างสูงชักนิ้วทั้งหมดออกจากตัวร่างบาง และลุกไปหยิบกล้องที่ตั้งไว้มาถ่ายใบหน้าคนที่กำลัง หลับตาเม้มปาก จนหน้าไม่มีเค้าความสวยอยู่เลย ขาเนียนเรียวค่อยๆถูกจัดท่าให้แยกออกจากกัน ความต้องการของร่างสูงที่รอรับการเสพสุข ถูกปลดออกมาจากกางเกง...ความใหญ่โตของลำรักที่มีขนาดผิดกับนิ้วทั้งสองที่สอดใส่ไปในตอนแรกอย่างเทียบกันไม่ได้เลยสักนิด ร่างสูงรีรอช้าดันแกนชายเข้าหาปากทางสีหวานก่อนจะดันเข้าไปจนหมดในคราเดียวโดยไม่สนว่าอีกคนที่ถูกกระทำจะเจ็บขนาดไหน “ฮว่าาา...... อ้า เจ็บ ปล่อยนะไอ้.....บะ.....เจ็บบบบบ....” แจจุงตาลุกด้วยอารามตกใจที่สิ่งแปลกปลอมที่มีขนาดใหญ่ ที่ทำให้ช่องทางด้านหลังของตนเจ็บปวด ความใหญ่โตที่ดันทุรังเข้ามาในคราเดียวทำให้เกิดบาดแผลปริแตกเป็นทางยางภายใน เลือดสีแดงสดค่อยๆซึมไหลออกมาตามรอยแผลสด แจจุงดิ้นกายส่ายไปไม่อย่าขัดขืน เค้าอยากจะหนีออกจากความเจ็บปวดนี้เหลือเกิน แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเจ็บมากขึ้นไปอีก “อ้า.....อะ.....ไม่.......เอามันออกไป......ฮือๆ...เจ็บบบบ.....อ๊า.......” ร่างสูงดึงแกนกลางที่ดันเข้าไปออกมาเกือบสุดก่อนจะกระแทกมันเข้าไปใหม่อย่างแรง และกระแทกกระทั้นเข้าออกซ้ำไปซ้ำมา เรียกน้ำตาและเสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดจากร่างบอบบางที่น่าสงสาร “อะ...... เจ็บ.....ขอร้อง....... อ้า.......พะพอที” ยุนโฮขยับกายเข้าออกรุนแรง สะโพกของร่างบางขยับโยกไปตามแรงที่ได้รับอย่างปวดร้าวร่างสูงมองดูหน้าคนด้านล่างที่เจ็บปวดอย่างสามสใจ เหงื่อยที่ค่อยๆซึมออกมาจากหน้าหวานผสมกับน้ำตาแห่งความเจ็บปวด ร่างสูงยกกล้องในมือขึ้นมาถ่ายเรือนร่างที่นอนทอดกายใต้ร่างของตน ไล่จากใบหน้าหวานรคนความเสียวซ่าน ลงเรื่อยๆมาตามรอบคิสมาร์ค ที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้ตามผิวเนียน จนมาถึงกิจกรรมเบื้องล่างที่ยังคงค้างคาในตัวอีกฝ่าย “ผมเจ็บ......พอทีเถอะ...อ๊ะๆ....ได้โปรด..........ฮือๆฮึก......อ๊าส.....” ร่างบางร้องขออย่างทรมารไหล่บางสั่นไหว ตอนนี้เค้ารู้สึกแต่ว่ามันเจ็บ...เจ็บเหลือเกิน เจ็บจนบดบังความรู้สึกที่เรียกว่าสุขสมไปจนหมด ถึงน้ำขุ่นขาวจากร่างบางก็หลั่งออกมาเรื่อยๆจนแฉะไปทั้งช่วงเอว แจจุงรู้สึกทรมาน อับอาย นี่มันเวรกรรมอะไรของเค้าที่ต้องมาถูกผู้ชายคนนี้ทำร้ายร่างกายจิตใจตามใจชอบ “อืม....อืด........อ้า........” เสียงครางต่ำจากร่างสูงที่บอกถึงพึ่งใจกับการกระทำของตน เมื่อช่องทางที่สอดใสเข้าไปตอดรัด จนเค้าแถบคลั่ง และพอถอดถอนก็ดูดดึงโหยหาเหมือนไม่อยากให้จากไป ร่างกายของคนใต้ล่าง นี่ช่างรันจวญเหลือเกิน มันทำให้เค้าอยากจะทำ ให้ยิ่งกว่านี้อยากจะบดขยี่ให้สาสมใจ “พอที...พอ.....ไม่....ไหวแล้วเจ็บ.........เจ็บ..อะ.....” จนแจจุงร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อไรนรกนี่จะจบเสียที เค้าทนไม่ไหวแล้วมันทรมานเหลือเกิด เจ็บปวดร้าวไปทั้งกาย ยุนโฮยังคงขยับเข้าออกรุนแรงรัวเร็ว ต่ออีกพักก่อนจะกระแทกลงแรงจนสุดความยาว เพื่อให้ความเป็นชายของเค้าได้เข้าสัมผัสความลึกภายใน ก่อนจะหลั่งน้ำกามข้นเหนียว ภายในตัวร่างบาง ร่างกายของอีกฝ่ายก็ดูจะตอบรับดี มันทั้งรัดทั้งดูดสิ่งที่หมอบให้ อย่างเต็มใจ น้ำข้นขาวที่ปลดปล่อยไว้ภายในจนแฉะค่อยไหลย้อนออกมาตามปากทาง เมื่อยุนโฮถอดถอนลำรักออกจนหมด แจจุงร้องไห้สะอึกสะอื้น หอบหายในรวยริน ตอนนี้เค้าแทบไม่อยากอยู่ต่อเป็นคน ชายใจร้ายตรงหน้าพรากศักดิ์ศรีของเค้าไปอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงปลดเชือกที่มัดอยู่ด้านหลัง ออกให้ก่อนจะดึงเสื้อยืดที่ติดอยู่ออกตามแขนบาง ร่างบางรู้สึกอ่อนเพลียเหลือเกิน หนังตาของเค้ารังแต่จะปิดลงทุกทีๆ เรียวแรงที่เคยมีหดหายไปหมดในหัวมันหนักอึ้ง ความเพลียก็พัดพาร่างบางเข้าสู้นิทรา ยุนโฮกดปิดเทปวิดีโอที่ถ่าย ห่มผ้าให้คนสวยที่หลับไป ก่อนจะออกจากห้องนั้นไปแถบในทันที ร่างบางรู้สึกตัวอีกทีเมื่อได้ยินเสียงโหวกเหวก เมื่อมีคนเข้ามาในที่ๆเข้านอนอยู่ แจจุงค่อยลืมตาขึ้นช้าๆ เมื่อมองไปก็พบชายใจร้ายที่ข่มขืนตน นั่งอยู่บนเก้าอี้ รอบกายก็มีชายชุดดำชุดเดียวกับที่ไปจับตัวเค้ามาและก็มีบางคนที่เค้าไม่เคยเห็นหน้า ยืนอยู่ด้านหลัง “ถ้าแกปากโป้ง ฉันจะให้ลูกน้องเอาเทปนี้ไปเผยแพร่ ปั๊ปแจกให้ทั่วมหาลัยที่นายเรียน หรือว่าทั่วทั้งเมืองก็ยังได้....และทีนี่นายจะบอกได้รึยังว่าเป็นสายตำรวจ...หรือพวกแก๊สอื่น....” ชายยุนโฮเพียวที่เค้าไม่เคยเห็นหน้า เข้ามาต่อรอง...แต่อาจจะเป็นการขู่บังคับเสียมากกว่า “ไอ้เลว....ไอ้....เศษสวะ....ฮึกฮือๆ.......ไอ้เดนหมา....ไอ้เล...” ร่างบางไม่ตอบคำถามเอามือปิดหน้า สะอื้นไห้ปากก็ด่าน้ำตาก็ไห้ รอบๆข้อมือก็รอยเขียวช่ำจนม่วงจากความแน่นของเชื่อกที่มัดไว้เป็นเวลานานร่างกายก็บอบช่ำไปหมด แค่จะพลิกตัวก็ยังเจ็บ “ปากดีนักนะ...เดี๋ยวได้ตายดีแน่” ชายร่างสูงลูกน้องคนสนิทเข้ามากระชากมือร่างบางออก หมายจะเข้ามาตบหน้าสั่งสอน แต่แค่ได้สัมผัสเนื้อตัวร่างบางกฌรับรู้ถึงอุณหภูมิความร้อนของร่างกายที่แผ่ออกมา ชางมินรีบลมมือลงไปจับตามหน้าผากแจจุงอย่างสงสัย “นายครับ เจ้านี่ไข้ขึ้น ตัวร้อนมากเลย...” ชางมินที่รีบเข้ามาจับดูอาการ ร่างบางที่เอาแต่ร้องไห้ ก่อนจะเงียบไปเพราะพิษไข้ ร่างสูงมีสีหน้ากังวนเล็กน้อยก่อนจะกลับไปทำหน้านิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สั่งให้ชางมินไปหายาและผ้ามาเช็ดตัวให้ร่างบางที่นอนไม่ได้สติ “อืม.....อย่าหนาว.......ไม่นะ!!ออกไป........นะหนาว.........” ร่างบางที่ละเม่อเมื่อผ้าเย็นๆ ที่ชุบน้ำจนชุ่มสัมผัสลงที่ใบหน้า ร่างกายก็ผวาขดตัวอย่างหนาวเหน็บ ทั้งๆที่ตัวร้อนอย่างกับไฟ ชางมินเช็ดตัวให้แจจุงตามคำสั่งอย่างเลียงไม่ได้ เค้าเช็ดทำความสะอาดตัวให้ร่างบางจนเสร็จ ก่อนจะยกอ่างน้ำสีขุ่นแดงรอยเลือดออกไป “แฮ่กๆ......” เสียงแจจุงที่สำลักน้ำเมื่อชางมินพยายามกรอกยาให้ลงคอ “กินยายากยังกับเด็กๆ.....” ร่างสูงเพียวบ่นใส่คนที่ไม่ได้สติ ร่างบางค่อยๆหลับไปเพราะความ อ่อนล้า เวลาในความรู้สึกของร่างบางผ่านไปนานเหลือเกิน ไม่รู้นานเท่าไรที่เค้าหลับไป เมื่อพิษความร้อนจากไข้ค่อยๆหายไป ร่างบางก็เริ่มรู้สึกตัวอีกครั้ง แต่ที่ทำให้อึดอัดอาจจะเป็นตัวการที่ทำให้เค้าตื่นขึ้นมาก็เป็นได้ เมื่อมีแขนท่อนใหญ่รอบกอด ตัวเค้าไว้จนน่ารำคราญ และเมื่อหันไปมองหน้าคนข้างๆ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ไอ้โจรข่มขืน ที่ทำร้ายเค้าอย่างโหดเหี้ยม “โอ๊ย.........ออกไปนะ..ไปให้พ้น....” แจจุงที่รู้สึกตัวก็รีบลุกขึ้น หวังจะหนีแต่แค่ลุกมานั่งก็ยังเจ็บราวระบบไปหมดทั้งสะโพก เค้ารู้สึกน่ารังเกียจ ขยะแขยงคนที่ข้างๆจนสุดจะทน “มีแรงหน่อยก็โวยวายเลยนะ...........”ยุนโฮที่ตื่นตามมาก็ว่าประท้วง “ฮึก........” ไม่ทันจะได้ว่าอะไร ร่างบางก็สะอึกเหมือนจะร้องไห้ “เอาร้องไห้อีกแล้ว....จะร้องอะไรหนักหนา” ร่างสูงที่ทำท่ารำคราญ นี่เค้าไม่ทันจะทำอะไรเลย เห็นหน้เค้าก็ร้องไห้เสียแล้ว ท่าทางคนสวยนี่จะขวัญอ่อนน่าดู “อย่ามาจับ....นะ....ฮือๆ” แจจุงที่สบัดตัวหนีเมื่อยุนโฮจะเอื้อมมือมาหา “ทำไมจะจับไม่ได้........นายเองก็ชอบไม่ใช่หรือไง.......ฉันยังหลงเสียงครางหวานๆของนายอยู่เลยนะแจจุง” ร่างสูงยิ้มเย้ยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า “หยุดพูด...ไม่จริง....ฉันไม่อยากฟัง....”ร่างบางเอามือทั้งสองอุดหูไม่อยากรับรู้สิ่งสกปรกหู |
| zephyr |
Posted: February 20, 2008 12:41 am
|
|
Super NC ![]() Group: Members Posts: 83 Member No.: 89 Joined: February 15, 2008 |
“ทำไมไม่อยากฟัง...งั้นเรามาดูหนังกันก็ได้นะ......” ยุนโฮที่หยิบรีโมดขึ้นกดเปิดโทรทัศน์ที่วางอยู่ปลายเตียง หน้าจอที่เชื่อมต่อกับกล้องโดยตรงกำลังฉายย้อยเรื่องราวของวันที่เจ็บปวดของร่างบาง
“ดูสิแจจุง......ตัวนายนะเร่าร้อนยั่วยวน....ฉันซะขนาดนี้”แจจุงที่มองเห็นรีบหันหลบไม่อยากรับรู้ ไม่อยากเห็นมันอีก แต่ก็ถูกชายอีกคนรั้งเอวมากอดไว้ในตัก “ไม่พอที หยุดดดด......” ร่างบางม่รู้จะมือที่มีปิดหูหรือปิดตา ทำแบบนี้มันโหดร้ายเกินไปแล้ว ทำไมต้องกลั่งแกล้งกันด้วย “ฮ่า....อ้า....อ๊ะ.....อ๊าส......” เสียงครางหวานที่เป็นเสียงของร่างบางที่ร้องอย่างหลงลืมตัว ดังไปทั่วจากเทปที่เปิด “โอ๊ยเจ็บ....” ยุนโฮที่ รำคราญกับท่าทีรังเกียจของอีกฝ่าย กระชากข้อมือทั้งสองของแจจุงลงต่ำ และเอามากดไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนจะกดเพเริ่งไปข้างหน้า และหยุดตอนช่วงเทปที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม “พอที...พอ.....ไม่....เจ็บ..........อะ.....” เสียงครางร้องของแจจุง และภาพร่างสูงที่ยังคงขยับเข้าออกรุนแรงรัวเร็ว ภาพช่วงตัวและท่อนเนื้อที่เชื่อมโยงถึงร่างกายกันและกัน ร่างกายของอีกฝ่ายที่ถูกกระทำก็ดูจะตอบรับมันทั้งรัดทั้งดูดสิ่งที่หมอบให้อย่างเต็มใจ แจจุงที่ถูกบังคับให้ดูถึงกับหน้าร้อนเผ่าอับอายร่างกายที่ทรยศ ร่างบอบบางหันหนี้ไปไหนก็ไม่ได้ ได้แต่ซบหน้าลงกับอกกว้างอย่างไร้หนทางเพื่อจะหลบจากความอาย ตอนนี้หน้าหวานแดงซ่าน จนดูน่ารัก “พอเถอนะ......ผมขอร้อง......ปิดมันที” ร่างบางที่สะอึกสะอื้นซบอกแกร่งร้องขออย่างน่าเวทนา ยุนโฮที่เห็นก็ใจอ่อนยอมปิดให้....แต่ที่ปิดไม่ใช่เพราะยอมทำตามที่ร่างบางบอกหรอกนะ เค้าแค่รู้สึกใคร่จนอยากจะจับคนในอกกดลงกับเตียงมากว่า เพราะเทปที่เปิดดูมันเรียกเลือดร้อนๆ ในกายให้วิ่งพร่านได้อย่างดี เค้าคงจะหลงไหลร่างบางนี้เข้าแล้ว ร่างสูงเชยคางมนขึ้นมารับริมฝีปาก ร่างบางเองก็เผยอรับลิ้นนั้นอย่างเผลอไผล แขนแกร่งโอบกอด อีกคนให้ลงไปอยู่ใต้ล่างก่อนจะตามขึ้นไปทาบทับ จูบหวานปรนเปรอ “ฮ๊าส.....อ้า......เยี่ยม......แจจุง.....”เสียงร่างสูงครางต่ำลืมตัวขณะกำลังสอดประสานร่างกายเข้าหาชายอีกคนที่ตนควบคุมจังหวะให้ ยุนโฮแอ่นกระแทกรับเมื่อร่างบางทิ้งตัวลงมาหาความแกร่งที่รอรับอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเจ็บปวดจากแผลที่ซึมเลือดเริ่มจางหาย แปลเปลี่ยนเป็นความสุขหรรษา ที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน “อ๊ะ.......อ๊าฟ......อืมอ้า.....อ๊าสสส......” แจจุงครางกระเส่ารับการเคลื่อนไหวอย่างอ่อนหวาน บทรักที่บรรเลงสร้างความตืนเต้น เร้าใจ และความหฤหรรษ์ให้กับคนทั้งสอง เซ็กซ์ที่เหมือนการยัดเหยียดในตอนแรกกลับเป็นความหวายอ่อนโยนทุกท่วงทำนอง จนร่างบางเคลิบเคลิ้ม ยุนโฮรั้งเอวบางเข้าหา สอดใสนุ่มนวลละมุละไม พยายามไม่สร้างร้อยร้าวหรือทำให้อีกคนต้องเจ็บปวด ไม่นานทั้งสองก็แตะชอบสวรรค์พร้อมกัน ร่างบางหอบเหนื่อยฟุ๊ปไปกับอกกว้าง ที่ประคองรับ น้ำเหนียวแฉะของร่างบางเปรอะเลอะไปทั่วหน้าท้องร่างสูง เค้าโอบประคองกอดร่างบางแบ่งปันความอบอุ่น แจจุงไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองทำอะไรลงไป...ทำไมถึงใจง่าย ยอมให้คนใจร้าย มาระบายความใคร่กับตัวเองได้อีก และที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือตัวเค้าเองที่เผลอใจไปกับความอ่อนโยนที่ร่างสูงหมอบให้เสียเอง จนลืมนึกไปว่า....มันเป็นเพียงควาใคร่อยาก.....ไม่ใช่ความรักอย่างที่แอบเคลิ้มไป “................................” และห้องทั้งห้องก็อยู่ในความเงียบ เวลาผ่านไปนานไม่มีใครเอ่ยอะไร จนแจจุงเริ่มทนไม่ไหวเป็นฝ่ายเริ่มเอง “แล้วจะปล่อยฉันไปได้หรือยัง....” ร่างบางที่อยากจะออกไปจากที่นี่เต็มทนถามขึ้น ร่างสูงที่กำลังกอด ค่อยๆคลายกอดลง ไม่มีเสียงตอบใดๆกลับมา แจจุงเองรู้สึกเหมือนตัวเอง ได้พูดจาทำร้ายร่างสูงไปอย่างไม่ตั้งใจ ร่างบางเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเลย ว่าจะไปนึกเสียใจทำไม เค้าและชายคนนี้ไม่ได้เป็นคนรักกัน แต่เป็นแค่คนโชคร้ายที่ถูกเข้าใจผิด แจจุงหลับตาลงไม่อยากจะคิดอะไรทั้งนั้น ยิ่งคิดหัวใจ ของเค้าก็ยิ่งเจ็บปวด ร่างบางหลับไปตั้งแต่เมื่อไรตอนไหนก็ไม่รู้ตัว.........ร่างบางที่ไร้หนทางหนีนอนจนเต็มอิ่ม รู้ตัวอีกทีเค้าก็ตื่นขึ้นมาในห้องๆเดิมแล้ว ข้างๆมีน้ำและแซดวิสชิ้นใหญ่ พร้อมทั้งเสื้อผ้าชุดใหม่และข้างของที่เค้าติดตัวมาตอนแรกครบถ้วน แจจุงรีบลุกขึ้นไปหยิบดู ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ร่างบางลุกเดินไปมารอบๆห้อง ก่อนจะนึกแปลกใจกับความเงียบที่น่าประหลาด ร่างบางลองหมุนลูกบิดประตูดูก็พบว่ามันไม่ได้ล็อกเลยสักนิด แจจุงเดินกลับเข้ามาหยิบข้าวของ และเตรียมตัวออกไปจากห้องนี้ ร่างบางเดินลงบนไดอย่างยากลำบาก เพราะแผลที่ยังฝังลึกในร่างกายยังไม่หายดี จนลงมาถึงด้านล่างสุด รอบๆบริเวณนี้ไม่มีใครเลย ไม่เหลืออะไรสักอย่าง ทุกอย่างถูกเก็บกวาดเรียบเหมือนไม่เคยมีคนมาอยู่ ร่างบางเดินออกเรื่อยๆตามทางที่เป็นถนนเปลี่ยวลึกกว่าจะมาถึงหน้าถนนใหญ่ก็เล่นเอาเหนื่อย หอบเลยทีเดียว แจจุงมองไปในที่ๆไม่รู้จัก ในใจก็นึกโกรธคนที่ทำกับตนแบบนี้ ไปจับตัวเค้ามาเองแท้ๆ พอคิดจะปล่อยก็ปล่อยกันง่าย แถมทิ้งให้เดินกลับเองอีก ร่างบางรีบโบกรถที่วิ่งผ่านขอความช่วยเหลือ ซึ่งก็มีคนใจดีช่วยพาไปส่งให้ “แจจุง....นายหายไปไหนมา...ฉันกับจุนซูตามหานายกันทั่ว” ยูชอนที่เห็นร่างบางมาถึงก็รีบเข้าไป ช่วยพยุง เพราะแจจุงดูอิดโรยเหนื่อยล้า จุนซูที่มาอยู่เป็นเพื่อนยูชอนก็รีบมาช่วยอีกคน “.......................”ร่างบางไม่พูดไม่ตอบอะไร พอเข้ามาในห้องได้ก็เอาแต่ร้องไห้ จนคนทั้งสองที่ อยู่ก่อนตกอกตกใจกันใหญ่ จุนซูสั่งให้แฟนหนุ่มพาเพื่อนตัวไปนอนพัก ก่อนร่างเล็กจะออกไปซื้อ หยุกยาและอาหารอ่อนๆ มาฝากแจจุงที่หลับอยู่ “นายเห็นใช่ไหม.........”ร่างเล็กถามชายอีกคนที่นั่งทำหน้าเครียดอยู่เพราะเป็นห่วงเพื่อน “........เห็น........” ยูชอนตอบ .....ทำไมจะไม่เห็นรอยแดงที่คอและอกร่างบางเป็นจ้ำๆไปหมด และอาการแบบนี้.......คงไม่ได้ไปปีนเขาตามถ่ายรูปหมีมาหรอก “ยูชอนอย่าเพิ่งไปถามอะไรเค้าล่ะ....ผมสงสารแจจุง......”ร่างเล็กสั่งห้ามแฟนตัวเพราะเข้าใจดี ว่าเรื่องแบบนี้จะให้พูดคงไม่ใช่เองง่ายๆ “อืมๆ....”ร่างสูงก็รับคำ “เรามาหาอะไร...ให้แจจุงรู้สึกผ่อนคลายีกว่า” ยูชอนเสนอ เค้าคิดว่าถ้าแจจุงดีขึ้นเค้าจะพาร่างบางไปชมงานแสดงภาพถ่ายที่รวบรวมเอาผลงานดีๆจากตากล้องชื่อดังไว้มากมาย “เป็นความคิดที่ดี.......” ร่างเล็กยิ้มเห็นด้วย แจจุงที่ตื่นขึ้นมาพยายามคิดว่า ที่ตนออกมาได้นั้นก็ถือเป็นโชคดี แต่ทำไมเค้ากลับไม่ดีใจเลยล่ะ ทำไมใจในมันถึงรู้สึกเศร้าอย่างนี้ ทำไมเค้าเอาแต่คิดถึงคนที่ทำร้ายตัวเอง แจจุงนึกขึ้นมาได้ก็รีบมองหากล้องของเค้า “คุณแจจุง ตื่นแล้วหรอครับ....ผมซื้อข้าวต้มไว้แล้วเดี๋ยวให้ ยูชอนอุ่นให้นะ” จุนซูที่เห็นร่างบางออกมาจากห้องก็ยิ้มรับอย่างเป็นกันเอง “คุณแจจุง หาอะไรรึเปล่าครับ ไปนั่งพักเถอะเดี๋ยวผมช่วยหาให้”แจจุงกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปมาในห้องเหมือนหาบางอย่าง....จุนซูจึงร้องถาม “กล้อง.........กล้องของผม” ร่างบางยังไม่ยอมฟังพยายามจะเดินไปหาต่อ แต่ก็ถูกเพื่อนอีกคนจับไหล่ไว้เสียก่อน.......... “นี่ไง...........กล้องของนาย” ร่างสูงส่งกล้องให้ แจจุงรีบคว้ามาอย่างรวดเร็วเหมือนของสำคัญ แจจุงกดเปิดกล้องดูทันที แต่ภาพที่เค้าถ่ายไว้มันหายไปหมด มีเพียงหน้าจอมืดๆ ที่ไม่มีภาพใดๆ แต่แล้วก็ปรากฎภาพบางอย่างขึ้นมาแทน เป็นภาพร่างของแจจุงเอง เป็นภาพที่ดูไม่ค่อยสว่างมากเพราะแสงที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา เพียงรำไร เมื่อกดไปอีกก็มีภาพใบหน้าของเค้าที่กำลังหลับไหล ใบหน้าที่หลับนั้นนิ่ง แต่ก็ดูเป็นสุขเหมือนกำลังฝันดีอย่างน่าประหลาด แจจุงกดผ่านไปเรื่อยๆก็มีแต่ภาพยามนิทรา ของตนเต็มไปหมด ร่างบางน้ำตาคลอ ด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจจะเอื่อยเอ่ย “แจจุงเอามานี่ อย่าไปดูมันเลยไอ้ภาพแบบนี้ ” ร่างสูงที่สงสารเพื่อน ดึงกล่องนั้นมาหมายจะเอาขว้างทิ้งเพราะไม่อยากให้ไอ้รูปพวกนี้ต้งมาทำให้เพื่อนเค้าต้องเสียใจ “ไม่อย่านะ เอาคืนมา...ฮึก...ขอคืนนะยูชอน ฮือๆ...” แจจุงยื้อมือขอกล้องนั้นคือยูชอนเองก็ไม่เค้าใจเลยว่าแจจุงจะ เก็บภาพพวกนี้ไว้ทำไม ร่างบางเอามันไปกอดแนบอกเหมือนของสำคัญ “ช่างเค้าเถอะน่า....ไปเอาข้ามต้มให้แจจุงไป เดี๋ยวผมดูแลทางนี้เอง” ร่างเล็กเค้ามาห้ามยูชอนก่อนจะวานให้ไปเอาข้าวต้มในครัว “ไม่เป็นไรนะแจจุง......แจจุงกลับมารู้ไหมพวกเราดีใจแค่ไหน...ถ้าแจจุงหายป่วยแล้วเราไปเที่ยวด้วยกันนะ...........” จุนซูพยายามพูดปลอบใจและชวนแจจุงคิดเรื่องอืน และก็ดูได้ผลอย่างดี เมื่อร่างบางพยักหน้าตอบรับ แจจุงที่กลับมาดูจะเป็นแจจุงที่เปลี่ยนไปราวกับคนล่ะคน แจจุงคนเก่าจะร่าเริง พูดมาก แต่แจจุงคนนี้กลับนิ่งเงียบ วันๆเอาแต่นั่งมองรูปถ่ายที่ติดกล้องมาจากวันนั้น ในใจร่างบางก็คิดไปว่า ร่างสูงนั้นจะมองเค้าแบบไหนกันนะ ตอนที่กำลังถ่ายภาพพวกนี้ ภาพหลายสิบใบในกล้อง มันไม่ใช่แค่สักแต่ว่าหยิบกล้องมากดถ่ายๆ แต่ทุกๆมุมเหมือนถ่าย อย่างตั้งอกตั้งใจ..............ถ่ายด้วยความ................. ------------------------------------------------ “แจจุงเสร็จรึยัง..............”เสียงเพื่อนร่วมห้องตะโกนเรียกจากด้านนอก ร่างบางเดินออกมาก่อนจะยิ้มให้คนที่รออยู่ทั้งสอง “ไปกัน พร้อมแล้วใช่ไหม” ยูชอนถามอีกครั้งก่อนจะ พาสองหนุ่มหน้าหวาน ไปเที่ยว เมื่อมาถึงงานแสดงภาพถ่าย ทั้งสามก็เดินชมโซนนั้นโซนนี้ไปเรื่อยๆอย่างเพลิดเพลิน ทามกลางผู้คนมากมายที่เดินชมงาน ร่างบางที่มักจะยิ้มเหมือนคนฝืนใจ มักหลบทำหน้าเศร้า เวลาที่อยู่ลับหลังจุนซู และยูชอน คนทั้งเองก็มัวแต่ดูภาพนั้นภาพนี้อย่างสนใจ ดูๆไปก็เหมือนตัดขาดออกจากใครอีกคนที่มาด้วย “นี่ฉันไปดูทางนั้นนะ นายไปกันสองคนและกัน” แจจุงที่ยิ้มและปล่อยให้คนทั้งสองไปกันเองโดยหาข้ออ้าง แต่ความจริงเค้าอยากจะแยกออก จากสองคนนั้นเอง ร่างบางเดินเข้าไปในโซนแกลลอรี่ที่ตกแต่งด้วยภาพแสงไฟกับความมืดที่ตัดผ่านกันอย่างงดงาม พลันร่างบางก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมองเห็นชายคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นแบบของสูทที่สวม ทรงผม รูปร่าง นั้นคล้ายคนที่เค้ากำลังคิดถึง ร่างบางรีบวิ่งเข้าไปหา แต่ด้วยผู้คนที่เดินขวักไขว่ สับไปมาบดบัง เมื่อร่างบางมาถึงชายคนนั้นก็หายไป แจจุงมองรอบๆตัวอย่างเสียดาย หรือว่าเค้าจะคิดไปเอง ทำไมเค้าต้องวิ่งออกมาทั้งๆแบบนั้น ทำไมเค้าอยากจะเจอชายคนนั้น มากนักหรือไง........ช่ายสินะ เค้าไม่รู้แม้แต่ชื่อของคนๆนั้นด้วยซ้ำไป ร่างบางนอนคิดอยู่หาคำตอบอยู่หลายคืน จนแจจุงตัดสินใจแล้วว่าจะออกไปตามหาคนที่อยากเจอ เค้าอยากจะพบชายคนนั้นอีกครั้ง.....เค้าอยากจะถาม.......สิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ...... แต่จะให้ไปหาที่ไหนเรื่องนี้แจจุงก็มืดแปดด้าน แจจุงออกตะเวนไปที่ๆเคยเป็นดังคุกกักขังตัวเค้า....แต่เมื่อมาถึงโกดังดังกล่าวมันก็วางเปล่า ไม่ต่างจากตอนที่เค้าจากมา เหมือนกับว่าร่างสูงได้ย้ายหนีเข้าไปก็ไม่เชิง “แจจุงนี่จะมืดแล้วนะจะออกไปไหนอีก” ยูชอนถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นร่างบางแต่งตัวสะพายกล้องเตรียมออกไป “......................”ร่างบางหันมายิ้ม...รอยยิ้มครั้งนี้เป็นรอยยิ้มที่จริงใจ รอยยิ้มเหมือนคนมีความหวัง “ให้ไปเป็นเพื่อนไหม......” ยูชอนถามอย่างห่วงๆ ร่างบางส่ายหน้ารับอย่างไม่เป็นไร “งั้นดูแลตัวเองดีๆล่ะ.....ระวังๆหน่อย...เดี๋ยวไปเดินตกท่อน้ำขึ้นมาตัวดำปี๋ไม่มีใครจำได้” เพื่อนสนิทที่แกล้งแยเล่นๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความรักและห่วงใยจากใจจริง “อืม...รู้แล้วน่า” แจจุงที่หันมายิ้มอย่างขำๆ รำคราญคนที่ชอบทำตัวเป็นผู้ปกครอง ร่างบางลงจากรถไฟฟ้าและออกเดินเหมือนกันนั้นอีกครั้ง.....แต่วันนี้เค้าไม่ได้มาเพื่อถ่ายรูปเมือง ที่งดงามยามค่ำคืน แต่มาเพื่อตามหาหัวใจตัวเอง..................... แจจุงลงเดินไปตามท้องถนนที่คับคลั่งไปด้วยรถและผู้คน ก่อนจะมาจนถึงหัวมุมถนนหนึ่ง เมื่อมองไปรอบๆตัว ร่างบางก็หยุดมองหน้าร้านอาหารอิตเลียนร้านเก่าที่ยังสวยงาม เหมือนแบบที่ร่างบางใฝ่ฝันว่าอยากมีร้านอาหารเล็กๆแบบนี้เป็นของตัวเอง ก่อนจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพร้านนั้นอีกครั้งเหมือนกับที่เคยทำ ต่อให้เค้าไม่ได้เจอ คนที่อยากจจะเจอ......... แต่เค้าก็คงจะมาเฝ้ารอที่นี่ทุกวันจนกว่าจะลืมหรือตัดใจได้เรื่องนี้ได้ ทั้งที่ใจไม่อยาก “ “ “ แจจุงก้มหน้าลงมองกล้องในมือ เค้ารู้สึกเหมือนเค้าเหมือนคนที่ทั้งโง่ทั้งบ้าที่กำลังตามหา ความทรงจำที่ทารุณ ให้มากัดกินจิตใจตัวเองให้จมดิ่งลงสู่ความมืดบอด “ “ “ “ใครให้นายมาถ่ายรูปตรงนี้กัน……..” เสียงที่ดังตัดความคิดที่สิ้นหวังขึ้นมาเรียกความสนใจจากร่างบางให้หันไปตามเสียงนั้น “นาย.........” แจจุงเผลอยิ้มอย่างดีใจ ความจริงเค้าดีใจต่างหาก แต่มันจะดูดีรึเปล่าถ้าบอกว่า คิดถึงคนที่ข่มขืนตัวเองออกไปแบบนั้น “กล้าดียังไงมาถ่ายรูปในถิ่นของฉัน.....แจจุง” เสียงที่คุ้นเคยยังคงว่าเสียงดุแต่บนใบหน้าร่างสูง กับเจือไปด้วยรอยยิ้ม “หรือว่าตามหาฉัน” ร่างสูงพูดจี้ใจดำร่างบางอย่างรู้ทัน “เปล่าสักหน่อย......ฉันแค่อยากจะมาถามว่า...นายถ่ายรูปฉันทำไม” ร่างบางที่เอียงอายหน้าหลบปกปิดใบหน้าที่แดงเขิน ก่อนจะถามคำถามที่ค้างในใจ โดยลืมคำว่าเปล่าสักหน่อย ถ้าไม่อยากถามจะมาตามหาทำไม ร่างสูงคิดก็นึกขำคนสวยขี้อายไม่น้อย “อยากรู้แค่นั้นจริงๆหรือแจจุง.........”ร่างสูงตีหน้าเข้มแกล้งถามต่อ “ก็....ก็ๆใช่นะสิ.....”ร่างบางทำเถียงข้างๆคูๆ ร่างสูงเดินเข้าไปหาร่างบางก่อนจะเข้าสวมกอดชาย หน้าหวานที่อ้าแขนรับเค้าเช่นกัน “ก็เพราะว่า....ฉันหลงนายนะสิแจจุง....” ร่างสูงตอบสิ่งที่เรียกเลือดร้อนๆให้ฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าร่างบางได้ไม่น้อย จนตอนนี้หน้าร่างบางแดงก่ำ “แล้วผมต้องโดนสอบสวนอีกรึเปล่า” แจจุงที่แกล้งถามเขินๆ “อันนี้ก็แล้วแต่ว่าผู้ร้ายปากแข็งแค่ไหน…” ร่างสูงก้มลงจุมพิตบนหน้าผากร่างบางอย่างนุ่มนวล “นี่คิดจะลวนลามคนอื่นโดยไม่แนะนำตัวเองบางเลยรึไง” แจจุงที่นึกขึ้นได้รีบตัดพ้อ “งั้นเอาไว้คืนนี้จะบอก……..” ………………….THE END………………….. Edit สรุป ก่อนจบ คนอ่านอย่ามองว่าแจใจง่ายสิ ความจริงแล้วแจมันเห็นความใจดีของยุนโฮต่างหาก หมียอมปล่อยแจไปเพราะเริ่มรักแจเช่นกัน(จากความอ่อนโยน) และที่แจคิดว่าเจอโฮในงานแสดงภาพก็โฮนั้นและที่คิดถึงแจ เลยไปดูงานแสดง และเจ้าตัวก็นึกเสียใจ ที่ปากหนักไม่บอกชอบแจ เลยตามหาแจเหมือนกัน เอิ๊กๆ by \\ZEPHYR//\\ZEPHYR//\\ZEPHYR//\\ZEPHYR//\\ZEPHYR//\\ZEPHYR// โหย เรื่องนี้ก็หื่นบรม....เลย....... เรื่องนี้ทำสถิติแต่งเพียงแค่สองวันเสร็จ ปกติจะดองนานมาก พอดีว่างก่อนจะไม่ว่างใหญ่ เพราะใกล้สอบ และหลังสอบก็คงจะได้ต่ออีกหลายเรื่อง เรื่องนี้พล๊อดได้มาจากความคิดที่บ้าบอคอแตก.....55(ของมะอึงก็ทุกเรื่องและ) อยากแต่งเลยแต่งไม่มีอะไรทั้งนั้น........... ไม่รู้สนุกหรือเปล่า _______CA.ME.RA~_______ Short Fiction by zephyr NC18 ::Yun+Jae:: By zephyr จาก ShortFic เรื่อง CA.ME.RA~ เลยเอากลับมาทบทวน มันก็จริงที่ว่ายังสามารถแต่งต่อได้อีกนั้นแหละค่ะ เลยมีแนวคิดคล้าย TRICK ของ ToHoShinGi แต่จะเอามาแต่งต่อ 6 พยัญชนะคงยาวไปและซ้ำซาก เลยขอแค่ 3 โดยมีเนื้อหาต่อจากตอนแรก เลยขอ เอาเสียง คำว่า (ca คา ), (me เม) , (ra ล่า) 3 คำ มาเป็นเสียงต้นของ Special Short Fiction ตัวย่อ [SSF] 3 Part 1. CA > Carnal (คาแน็ล แปล เต็มไปด้วยตัญหาทางกาม) ได้หื่นหึๆ 2. ME > Memory of Night (ความทรงจำยามค่ำคืน) อันนี้ก็หวานหื่น 3. RA > Ravishing (แรฟอิฌิง แปล มีเสน่ห์ดึงดูใจ สวยจนใจหยุดเต้น) สถาปนาแจจ๋า ไม่น่าเลยจากกล้องตัวเดียวได้เสียวหลายต่อ เอิ๊กๆ อิ_อิ.....เอ๋และยุนจะบอกอะไรแจจุงน๊า~ หิๆ Special Short Fic [CA] [ME] [RA] ~ By zephyr [SSF]::CA:: ______Carnal_____ [SSF]::ME::______ Memory of Night______ [SSF]::RA:: ______Ravishing______ |
| polarismomo |
Posted: February 22, 2008 10:16 pm
|
|
Super NC ![]() Group: Members Posts: 44 Member No.: 322 Joined: February 19, 2008 |
ชื่อเรื่องได้ใจมากเลยค่ะ
แหมตอนท้ายๆแอบหวานนะค่ะเนี่ย น่ารักมากเลยค่ะพี่สาว ไว้มาแต่งอีกนะคะ >09< |
| ::Sweetiez:: |
Posted: February 23, 2008 10:47 am
|
|
Super NC ![]() Group: Members Posts: 72 Member No.: 2 Joined: January 16, 2008 |
>06< อ๊ายยยยแจยอมหมี หมียอมแจ
รักแรกพบอันตราตรึง มีความแฝงกับชื่อเรื่อง >05< พี่เวย์ฟิคนี้ไม่ตัดใช่ป่ะ หนุกอ่ะ >09< |
| thaipeople |
Posted: February 25, 2008 09:35 pm
|
|
Baby Yaoi ![]() Group: Members Posts: 18 Member No.: 215 Joined: February 16, 2008 |
หนุกมากๆเลยค่า รักยุนแจที่สุดเลย
|
| gaily |
Posted: March 02, 2008 10:41 pm
|
|
Super NC ![]() Group: Members Posts: 24 Member No.: 334 Joined: February 20, 2008 |
หึหึหึหึ นุกมากเลยค่า >09<
|
| lusifer |
Posted: March 06, 2008 03:38 pm
|
|
Baby Yaoi ![]() Group: Members Posts: 4 Member No.: 141 Joined: February 15, 2008 |
>05<
หึหึ ชื่อเรื่องได้ใจมากมายเลย หนุกๆๆ |
| For_ward+ |
Posted: March 07, 2008 05:30 pm
|
|
Baby Yaoi ![]() Group: Members Posts: 1 Member No.: 535 Joined: March 07, 2008 |
>04< อ๊ากกก หนุกๆๆๆ
หนุกหนานๆๆๆๆๆๆ |
| yamnaruk |
|
|
Baby Yaoi ![]() Group: Members Posts: 1 Member No.: 587 Joined: March 15, 2008 |
>06<
|
| joxxy |
Posted: March 16, 2008 11:18 am
|
|
Super NC ![]() Group: Members Posts: 66 Member No.: 64 Joined: February 14, 2008 |
>06< สนุกดี
ชื่อเรื่องก็เยี่ยม อิอิ |
| igego |
Posted: March 24, 2008 02:43 pm
|
|
Super NC ![]() Group: Members Posts: 25 Member No.: 470 Joined: March 04, 2008 |
พลอตเรื่องตอนแรกคล้ายการ์ตูนเรื่องนึงที่เคยอ่านเลยอ่ะคะ แต่ยังไงก้หนุกหนานมากมาย ชอบคู่นี้สุดชีวิตเลยเจ้าค่า >28<
|
| pigar |
Posted: April 22, 2009 10:49 pm
|
|
Baby Yaoi ![]() Group: Members Posts: 2 Member No.: 3017 Joined: April 12, 2009 |
ตอนจบน่ารักมากๆ
หมีกลับใจ ตอนแรกแอบโกรธ...โรคจิตเกิน55++ |
| Aon |
Posted: July 15, 2009 05:44 pm
|
|
Baby Yaoi ![]() Group: Members Posts: 11 Member No.: 3327 Joined: July 15, 2009 |
>14< เลือดจะหมดตัว
|
| FeRn_HuP |
Posted: October 07, 2009 02:26 pm
|
|
Baby Yaoi ![]() Group: Members Posts: 3 Member No.: 3570 Joined: October 07, 2009 |
อ๊ากกกกกกกกกกก
ขอเลือดด่วน |
Pages: (2) [1] 2 |
![]() ![]() ![]() |